Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น | Jaymart
  • |
  • Customer Service 0-2308-8000
Tech Review > Mobile Review >

 Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

Samsung Gear S นาฬิกาอัจฉริยะที่ทำให้ชีวิตคุณง่ายขึ้น

Facebook Twitter Google



วันนี้ทางทีมงาน mxphone ได้มีโอกาสมาร่วมงาน Samsung Galaxy Note 4 + Gear Trip ที่เชียงใหม่กับทาง Samsung ซึ่งในงานนี้เองทาง Samsung ต้องการเน้นในส่วนของ Gear S ที่ถือเป็นอุปกรณ์เสริม (รึเปล่า) ในรูปแบบนาฬิกา ตัวท็อปที่สุดของ Samsung ในเวลานี้

 

Samsung Gear S ถือเป็น นาฬิกาอัจฉริยะตัวท็อปที่สุดของ Samsung หลังจากที่เปิดตัว Gear 2, Gear 2 Neo และ Gear Fit ไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่ทั้ง 3 ตัวที่ว่าก็ยังไม่ใช่ที่สุดเท่ากับ Gear S ที่มาตอบสนองความฝันของใครหลายๆคนในวัยเด็ก เพราะมันคือนาฬิกาที่โทรศัพท์ได้แบบ “เจม บอนด์ 007″ โดยไม่ต้องพึ่งอุปกรณ์ใดๆทั้งสิ้นครับ



 

ตัวเครื่องถูกออกแบบให้กันน้ำ IP67 กันน้ำลึก 1 เมตร ได้ถึง 30 นาที พร้อมกันฝุ่นได้อีกด้วย หน้าจอ Curve Super AMOLED (โค้ง) 2 นิ้ว ซึ่งถือว่าใหญ่มากที่สุดในบรรดา Gear ทั้งหมดที่มีอยู่ ณ เวลานี้ โดยมีความละเอียดหน้าจอที่ 360×480 พิกเซล ซึ่งถือว่าค่อนข้างคมชีดกับหน้าจอขนาดนี้ การออกแบบหน้าจอให้โค้งรับกับข้อมือทำให้รู้สึกว่ากดใช้งานง่ายกว่าหน้าจอ ปกติ ไม่เกิดความรู้สึกว่าจอมันใหญ่เกินไปกว่าจะเป็นนาฬิกานั่นเอง




 

ด้านหน้ามีปุ่ม Home มาให้ 1 ปุ่ม เอาไว้กดออกมาหน้าแรกได้ หรือกด 2 ครั้งติดกันเพื่อเข้าสู่โหมด S Voice ได้ทันทีอีกด้วย (S Voice สามารถเข้าถึงผ่านทางอื่นได้ด้วยการพูด “Hi Galaxy” เป็นต้น) และหากกดปุ่ม Home ค้างจะเป็นการเข้าสู่โหมดปิดเครื่องครับ ส่วนด้านหลังมีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจและช่องใส่ซิม ซึ่งเป็นแบบ Nano Sim ครับ นอกจากนี้ยังมีลำโพงและไมค์สนทนาดแาไว้ใช้คุยโทรศัพท์ในตัวอยู่ตรงนี้ด้วย เช่นกัน


Gear S กับความสามารถหลักก็คือนาฬิกาต้องบอกว่า มันเป็นนาฬิกาอัจฉริยะที่หน้าจอมันไม่ได้ติดอยู่ตลอดเวลา แต่หากยกเครื่องขึ้นมาดู (หมุน สะบัด ข้อมือ) หน้าจอจะขึ้นหน้าบอกเวลาขึ้นมาเอง เพื่อไม่ให้เปลืองแบตเตอรี่ ถึงแม้จะสะดวกน้อยกว่านาฬิกาปกติ แต่หากมองว่าคุณเสียเงินครั้งเดียวได้นาฬิกาพร้อมกันตั้งหลายแบบก็อาจจะ บอกว่ามันน่าสนใจไม่ใช่น้อย เพราะมันสามารถเปลี่ยน Widget นาฬิกาได้มากกว่า 6 แบบ (อาจมีเพิ่มในอนาคต) สามารถเลือกได้เองตามใจชอบ






การใช้งาน Gear S มีรูปแบบการใช้งานง่ายๆ ด้วยการใช้นิ้วลากขึ้นลงซ้ายขวา แทนการกดปุ่ม ทั้งหมด อย่างเลื่อนมาทางซ้ายขะเป็นส่วนของ Widget แต่ละหน้า ที่สามารถเลือกปรับแต่งเองได้ ส่วนหากเลื่อนมาทางขวาก็จะเป็นการเข้าสู่ Notification ทั้งหลาย เช่น ข้อความ, Line, Chat On, E-Mail เป็นต้น



หากเลื่อนจากบนลงล่างจะเป็นการเข้าสู่โหมด All Apps ซึ่งมี App ที่มีอยู่บนเครื่องทั้งหมดให้เลือกใช้งานกันได้ตามสบาย และถ้าจากคุณเลื่อนจากล่างขึ้นบน จะเป็นส่วนของ Quick Setting ครับ




Gear S มาพร้อมความสามารถที่แตกต่างจาก Gear รุ่นก่อนๆแบบชัดเจน ด้วยความสามารถ Always-On เพราะตัวเครื่องสามารถที่จะใส่ซิมได้เลยในตัว ทำให้สามารถใช้ความสามารถที่หลากหลายได้มากขึ้นโดยที่ไม่ต้องพึ่งโทรศัพท์ มือถือเลยก็ว่าได้ ทั้งการโทรศัพท์, อ่านข้อความ, อ่าน E-Mail และเล่นอินเตอร์เน็ต เป็นต้น ทำให้ Gear S ฉีกความสามารถจากแค่อุปกรณ์เสริม เป็นอุปกรณ์หลักเครื่องที่ 2 ของใครหลายๆคนได้ทันที ทั้งนี้ทั้งนั้นตัวเครื่องรองรับการเชื่อมต่อแบบ 3G 900/2100MHz และรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi ในตัวครับ




Gear S ทำให้คุณทำงานได้ในตัว เพราะมันมีคีย์บอร์ดในตัวมีให้คุณพิมพ์ตอบข้อความได้ทันทีบนหน้าจอ ซึ่งเป็นคีย์บอร์ดแบบ QWERTY (มีด้วยกัน 69 ภาษา ไทยก็มีนะ)
Gear S มาพร้อมกับ A-GPS (ไม่ใช่ Chip GPS) ซึ่งสามารถค้นหาตำแหน่งของเราได้ผ่านการใช้อินเตอร์เน็ต (ความแม่นยำไม่เท่า GPS) ทำให้สามารถใช้ระบบการนำทางผ่าน Here maps on Gear ได้ (Here maps on Gear เป็นความร่วมมือระกว่าง Microsoft และ Samsung) ซึ่งมีความสามารถอย่าง Turn by turn Navigation ในตัว และสามารถเลื่อนดูแผนที่ได้เหมือนกับดู Google Maps บนมือถือเลยละครับ
Samsung ยังใส่ความสามารถ Power Saving mode เข้ามาให้กับ Gear S ทำให้สามารถประหยัดพลังงานใช้งานได้มากกว่าเดิม โดยมันจะปิดคามสามารถทั้งหมด แสดงผลเป็นสีขาวและใช้งานได้แค่โหมดหลักๆอย่างโทรศัพท์และข้อความเท่านั้น ครับ แต่อย่างไรก็ตามทาง Samsung ทำการบ้านมาดีเพราะที่ชาร์จที่แถมมานั้นเป็น PowerBank ในตัวได้ ซึ่งมีแบตเตอรี่ให้มาถึง 350 mAh (แบตเตอรี่ของเครื่องอยู่ที่ 300 mAh) ทำให้เราใช้งานได้เต็มที่มากขึ้นครับ
ความสามารถในแง่ Healthy ก็ยังคงมาครบ อย่างที่บอกไปว่ามีเซนเซอร์วัดอัตราการเต้นของหัวใจทำให้ Gear S ออกแบบการออกกำลังของเราได้ในตัวแบบง่ายๆบนหน้าจอ 2 นิ้วที่ให้มานี้เลย และแน่นอนกับ Pedometer ที่สามารถเอาไว้นับก้าวเดินก็มีมาให้ด้วยเช่นกันครับ แต่เหนือกว่าเดิมตรงที่มีการบอกด้วยว่าก้าวที่เดินอยู่นั้นเป็นด้าวที่เรา ใช้กำลังแค่ไหน (บอกเป็นระดับ)
Gear S ยังเพิ่ม UV Sensor เข้ามาทำให้สามารถวัดระดับแสง UV ณ เวลานั้นได้ จะได้เลือกครีมกันแดดกันถูกที่ถูกทาง
นอกจากนี้ Gear S ยังคงสามารถลง Application อื่นๆเพิ่มเติมได้เหมือนเดิมครับ โดยตัวเครื่องยังมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Tizen (ไม่ใช่ Android) เหมือนกับ Gear 2, Gear 2 Neo และ Gear Fit
Samsung Gear S จะวางจำหน่ายในประเทศไทยด้วยกัน 2 สีคือขาวและดำ ในช่วงเดือนหน้า ที่ราคา 11,900 บาท ครับ แต่เดี๋ยวก่อนใครต้องการซื้อสายของ Gear S แบบแฟชั่นๆอย่าง Swarovski หรือ Diesel ทาง Samsung ประเทศไทยก็มีการพิจารณานำเข้ามาขายเช่นกันครับ
ส่วน Spec เครื่องเต็มๆสามารถดูได้จากรูปภาพด้านล่างที่มาจาก Samsung ครับ แต่บอกคร่าวๆได้ว่า RAM 512MB, CPU Dual-Core 1.0GHz และหน่วยความจำภายใน 4GB ครับ
ที่มา :http://www.mxphone.net/

มือใหม่ แกะกล่อง

Samsung Galaxy E7

Samsung Galaxy Note Edge

โลกรู้ เรารู้

Mobile World Congress 2015 At Barcelona, Spain