Review : Alcatel idol X+ | Jaymart
  • |
  • Customer Service 0-2308-8000
Tech Review > Mobile Review > Alcatel idol X+

Review : Alcatel idol X+

Facebook Twitter Google
Alcatel idol X+ สมาร์ทโฟนตัวแรงจากค่ายน้องใหม่แต่หน้าเก่าอย่าง Alcatel ที่กลับมาอีกครั้ง ซึ่งรอบนี้มาแรงด้วยพลังของ CPU 2.0 GHz Octa-Core แรงไม่แพ้ใคร แถมยังเป็นสมาร์ทโฟน 1 ในไม่กี่รุ่นที่ใช้ชิพเสียงเทพ ES9018 แถมยังมีแอมป์พลิฟายเออร์ MAx9720 ขับพลังเสียงให้หูฟังอีกด้วย
เอ่ยชื่อ Alcatel เด็กๆ หลายคนคงส่ายหน้า อะไรหว่า Alcatel ไม่รู้จัก แต่ใครที่อายุเข้าเลขสามแน่นอนว่าต้องรู้จักค่ายมือถือจากฝรั่งเศสที่มีเอกลักษณ์ด้วยมือถือรูปทรงอ้วนๆ กลมๆ เล็กๆ ในสมัยโน้น ซึงตอนนี้ Alcatel ได้ถูก TCL ซื้อกิจการไปเป็นที่เรียบร้อย พร้อมกับหันมาผลิตสมาร์ทโฟนอย่างจริงจัง ขอย้อนความหลังเอาไว้แค่นี้ เราลองมาดูเจ้า Alcatel idol X+ กันดีกว่าว่าด้วยราคา 13,500 บาทนี้ เค้ามีอะไรมานำเสนอ
ก่อนอื่นต้องมาดูรูปร่างหน้าตากันก่อน Alcatel idol X+ ก็มาพร้อมหน้าจอ 5 นิ้ว เป็นขนาดพิมพ์นิยม ความละเอียด Full HD 1080, CPU Mediatek MT6592 เป็น 8 Core รุ่นเดียวกับ IQ X Octo แต่อัพความเร็วไปที่ 2.0GHz, RAM 2 GB หน่วยความจำภายใน 16GB, กล้อง 13.1MP, กล้องหน้าความละเอียด 2MP

ตัวเครื่องรองรับการใช้งาน 2 ซิม (ไมโครซิมทั้งคู่) รองรับ 3G ที่คลื่น 900/2100 มีช่องใส่ซิมอยู่คนละด้านของตัวเครื่อง

ช่องที่ 1 อยู่ด้านซ้าย  

ช่องที่ 2 อยู่ด้านขวา โดยลักณะของช่องใส่ซิมจะมีตุ่มนูนขึ้นมาให้กดลงไปเพื่อเปิดฝาช่องใส่ซิมออกมา ตัวฝานั้นถูกยึดไว้ด้วยแม่เหล็ก โดยปกติจะไม่มีทางห้อยร่องแร่งเวลาเราเอียงเครื่องไปมาแน่นอน ข้างๆ กันนั่นคือปุ่มปรับเสียง

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องลำโพงอยู่ ที่เห็นเป็นรูๆ ขนาบช่อง micro USB ซ้ายขวานั่นไม่ใช่ว่ามีลำโพง 2 ตัวนะครับ รูอีกฝั่งคือช่องไมโครโฟน รูด้านซ้ายที่เห็นในภาพคือลำโพงของตัวเครื่อง เท่าที่ลองเปิดดูเสียงดีใช้ได้ มีมิติ มีรายละเอียด แถมดังด้วย

เซนเซอร์กล้องหลังควมละเอียด 13MP มี BSI สำหรับถ่ายในที่แสงน้อย พร้อม LED Flash ฝาหลังถอดไม่ได้นะครับ ความจุของแบตเตอรี่อยู่ที่ 2,500 มิลลิแอมป์ และถ้าสังเกตุดีๆ ฝาหลังจะมีลายวงกลมเป้นริ้วเล็กๆ ทั้งชิ้น แต่เวลาไปสัมผัสจะไม่รู้สึกว่ามันเป็นคลื่นเพราะโดนเคลือบเงามาอีกชั้นนึง และแน่นอนว่าเมื่อฝาหลังมันเป็นเงาแบบนี้ แถมยังสีเข้มก็ต้องเก็บคราบรอยนิ้วมือเป็นธรรมดา

ขอบเงินๆ ที่เห็นรอบเครื่องนี่ไม่ใช่โลหะนะครับ แต่เป็นพลาสติก ด้านบนมีปุ่มเปิด/ปิด และช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.

ชิ้นนี้คือของที่แถมมาในกล่องเฉพาะคนที่จองเครื่องเท่านั้นนะครับ มันคือ BoomBand เป็นพวกสายรัดข้อมือฟิตเนสสำหรับคนชอบออกกำลังกาย เอาไว้นับก้าวเดิน เอาไว้วิเคราะหืเวลาเรานอนเหมือนพวก Garmin Vivofit หรือ Jawbone UP นั่นแหละ ที่สำคัญคือทาง Alcatel ไม่เอาเข้ามาขายแยก

ตัวมันสามารถถอดออกมาจากสายได้ เพื่อเอามาชาร์จ จริงๆ เมืองนอกมีสายหลายสีให้เลือกซื้อเปลี่ยนได้

พอแกะออกมาแล้ว ก็ต้องเอามาต่อกับ charging kit แล้วเสียบชาร์จกับสาย micro USB ปกติ อันนี้ยังไม่ได้ลองว่าแบตมันอึดแค่ไหน

มาถึงหูฟังกันบ้าง เนื่องจาก idol X+ มาพร้อมกับชิพเสียง ES9018 ที่ว่ากันว่าเป็นหนึ่งในชิพเสียงที่ดีที่สุด แถมยังใช้แอมป์ของ MAx9720 ที่มีกำลังขับ 50mW พร้อมระบบ SmartSense ที่ช่วยป้องกันตัวแจ็คไม่ให้เกิดปัญหาไฟช๊อตหรือไฟกระชาก รวมถึงระบบ Shutdown ที่คราวนี้เวลาเสียบหรือถอดหูฟังจะไม่มีเสียง จึ่ดๆ ให้ปวดหูอีกต่อไป

สำหรับคนที่ชอบขอบจอบางๆ และชอบมือถือที่มีอัตราส่วนหน้าจอกับขอบๆ รอบๆ น้อยๆ นั้นน่าจะชอบ idol X+ เพราะขอบข้างก็บางใช้ได้ หน้าจอ 5 นิ้ว IPS ให้สีสันคอ่นข้างดี แถมยังมีโหมดให้ปรับอุณภูมิของสีบนหน้าจอ ชอบ Cool ขาวๆ ก็ปรับได้ หรือชอบแบบเหลืองๆ สีอิ่มๆ เข้มๆ หน่อยก็เลือกเอาเองตามใจชอบ

ด้านล่างยังใช้เป็นปุ่มสัมผัสนอกจอ มีปุ่ม Back, Home และ Menu

แถบ notification bar เมื่อเลื่อนลงมาแล้วมี blur effect ที่หน้าจอ

ส่วน toggle switch ตรงนี้มีปุ่มที่เพิ่มขึ้นมาให้ใช้งานได้สะดวกๆ เช่นการจับภาพหน้าจอ แตะปุ๊บมันก็จะกลับไปที่หน้าจอหลักและเซฟให้ทันที ส่วนมุมซ้ายล่างนั่นมี Guest Mode และ Hi-Fi
แน่นอนว่า Guest Mode นั้นคือการตั้งรหัสล็อคข้อมูลบางส่วนเอาไว้ ไม่ให้ใครสามารถมายุ่งกับพวกไฟล์ภาพหรือคลิปวิดีโอต่างๆ ในเครื่องของเราได้ โดยก่อนจะเปิดใช้งาน geust mode ก็ต้องตั้งรหัสกันก่อน
สมมุติเพื่อนจะยืมมือถือเราไปใช้ โอ๊ะๆ เดี๋ยวมันแอบดูภาพ ก่อนจะให้ยืมก็เปิด Guest mode ให้เรียบร้อย คราวนี้ข้อมูลทุกอย่างก็ถูกซ่อนไว้่แล้ว
อีกปุ่มคือการเปิดปิดระบบเสียง Hi-Fi อันนี้ผมกำลังลองกับหูฟัง JBL ที่แถมมา พอเปิด Hi-Fi แล้วเสียงตึ้บมาก แน่น หนักหน่วง แต่พอเทียบกับหูฟังที่ผมมีอยู่ รู้สึกว่ามันแตกต่างกันพอสมควร ไว้เดี๋ยวจะมาสรุปให้ฟังอีกทีครับ
ส่วนตัวกล้อง 13MP ซึ่งไม่ได้มีโหมดถ่ายภาพเยอะแยะให้ปวดหัว คือมีโหมดถ่ายปกติ, เปิด HDR, จะเปิดโหมดการตรวจจับใบหน้าหรือไม่ คร่าวๆ ก็ประมาณนี้ ชัตเตอร์กดปุ้บถ่ายปั๊บ ไม่มีรอหรือดีเลย์ช่วงเซฟภาพให้เห็น จะที่มืดที่สว่างก็ถ่ายเร็วพอๆ กัน แต่ระยะเวลาจับโฟกัสในทีมืดก็จะต่างกันนิดหน่อย
ลูกเล่นที่มีเพิ่มเข้ามาก็เป็น Filter Effect ครับ เจ๋งตรงที่เป็น Live Preview เห็นเลยว่าก่อนจะถ่ายเป็นยังไง แต่แย่ตรงที่ถ่ายแล้วโปรเซสนานมาก กว่าจะเซฟเสร็จมีหลายวิ
หน่วยความจำในตัวเครื่องมี 16GB ไม่มีช่องใส่เมมเพิ่มนะครับ เหลือให้ลงแอพลงเกมประมาณ 11GB

ที่มา : http://droidsans.com


มือใหม่ แกะกล่อง

Samsung Galaxy E7

Samsung Galaxy Note Edge

โลกรู้ เรารู้

Mobile World Congress 2015 At Barcelona, Spain